อัพมันกันร้าง ไม่ได้แตะบล็อคแบบว่านานแสนนาน เลยหาเรื่องมาอัพให้สะใจตัวเอง

เอนทรี่นี้ "เยอะ"

----------------------------------------

 ตอนนี้แพนด้ากำลังคลั่งไคล้ หลงใหล ตกเป็นทาส(?) ของต้นไม้ชนิดหนึ่ง

 นั้นก็คือต้น "กาบหอยแครง" มันก็คือต้นไม้กินแมลงชนิดหนึ่งนั้นเอง

ครั้งแรกที่เห็นที่ร้านต้นไม้ก็เกิดอาการ want อย่างแรง ก็เกือบจะถึงขั้น Need

เลยหน้าหนาไปขอให้หม่ามี้ซื้อให้ แต่กลับได้คำถามแสนแทงใจกลับมาว่า " จะเอาไปปลูกที่ไหน? "

เออ.....นั่นดิ เอาไปปลูกไหน แพนด้าไม่ใช่คนปลูกต้นไม้แก่งซะด้วย กระบองเพชรยังเลี้ยงจนตายมาแล้ว

แถมราคายังปวดถึงกระดูก กระถางเท่าผ่ามือ ราคา 250-350 (โดยประมาณจำราคาไม่ได้)

ฟังแล้วปวดจี๊ด ถ้าช่วงนั้นมีเงิน คงไม่ปวดขนาดนี้ เลยต้องอดไปตามระเบียบ

แต่แล้วจู่ๆวันนึงแม่ของแพนด้าก็เรียกแพนด้าไปที่หน้าบ้าน จำได้ว่าตอนนั้นเล่นเกมส์อยู่ แอบโมโหนิดๆ ขัดจังหวะคนกำลังมันส์

ปรากฏว่ามีต้นกาบหอยแครงอยู่ในตู้ปลาเปล่าๆที่หน้าบ้าน กรี๊ดดดดด!! น่ารักมากๆ อยากจะลงไปกลิ้งๆกับพื้น

รักแม่ที่ซู้ดดดดดเลย!!!~  แพนด้าเลยตั้งชื่อให้ว่า "น้องครองแครง"

       

 

Zoom เข้าไปที่กาบหน่อย

  

 

อีกซักรูปละกันนน  แดงแปร๊ดดด!! สวยงาม

 

มารู้จักต้นกาบหอยแครงกันก่อน เน้อ!!~ 

         กาบหอยแครง จัดเป็นไม้กินแมลงที่มีลีลาการกินแมลงเร้าใจที่สุด  เพราะมันสามารถงับแมลงต่อหน้าต่อตาเลยทีเดียว  จึงได้รับความนิยมไม่น้อยกว่าหม้อข้าวหม้อแกงลิง  กาบหอยแครงมีชนิดเดียวในโลกคือ Dionaea muscipula แต่เมื่อมนุษย์นำมาเพาะเลี้ยง ได้พัฒนาสายพันธุ์จนเกิดความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจน 5  ฟอร์มใหญ่ๆ คือ

     1.Typical หมายถึง กาบหอยแครง ที่มีฟันเล็กและยาวดูคล้ายขนตา (น้องครองแครงของแพนด้า เป็นฟอร์มนี้)

  2.Dente มีลักษณะเฉพาะตรงที่ฟันค่อนข้างสั้น แต่ยังเป็นเส้น

  3.Red เป็นพวกที่มีสีแดง เช่น Dragon red จะแดงเข้มทั้งต้นเมื่อได้รับแดดเต็มที่

  4.ฟอร์มรูปฟันปลาหรือฟันเลื่อย ซึ่งฟันจะเป็นรูปสามเหลี่ยม จึงได้ชื่อทำนอง จอว์ ฟันฉลาม (Shark teeth) ปิรันย่าแดง (Red Piranya)

 

  5.  ฟอร์มที่เขียวหมดจรดไม่ติดแดง (All Green)และมีสายพันธุ์ย่อยอีกมาก

 

โตแค่ไหน

        โดยทั่วไป  กาบหอยแครงเมื่อโตเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-6 นิ้ว และเฉพาะส่วนที่เป็นกับดักแมลง(กาบ) จะโตเต็มที่ประมาณนิ้วครึ่งเป็นอย่างมากยกเว้นสายพันธุ์ Big Mouth ซึ่งเคยบันทึกว่ากาบใหญ่ได้ถึง 2 นิ้ว(วัดตามยาว) 

          ถึงแม้สายพันธุ์จะมีบทบาทต่อขนาดต้นกาบหอยแครง  แต่การจะปลูกให้เติบโตและมีสีสันสวยงามตามสายพันธุ์นั้น วิธีปลูกที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง

         ใบกาบหอยแครงมีสองรูปแบบ เปลี่ยนได้ตามฤดูกาล  คือก้านใบสั้นและกว้าง โค้งลงดินในหน้าหนาว และก้านใบยาวชูกาบสูงในหน้าร้อน อาจเป็นเพราะมันกำลังเจริญเติบโต ต้องการชูใบรับแสง และล่อแมลงมาเป็นอาหารมากๆ

ดอกกับการเติบโต

            กาบหอยแครงจะออกดอกหลังพักตัวเรียบร้อยแล้ว  และมันจะแทงใบออกดอก  แสดงถึงการเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง ดังนั้นถ้าเห็นดอกก็แสดงให้เห็นว่ากาบหอยแครงของคุณพร้อมที่จะเจริญเติบโตไปอีก 1 ปี


            

           ดอกของกาบหอยแครงมีก้านสูงเป็นช่อ ดอกสีขาว  สามารถติดเมล็ดได้เองโดยธรรมชาติ คุณสามารถเก็บเมล็ดที่ก้านแห้งสีดำเอาไปปลูกได้ แต่อยากฝากข้อคิดว่า  ถ้าคุณเห็นกาบหอยแครงเริ่มแทงช่อดอก ให้พิจารณาตัดสินใจเลยว่า คุณต้องการเมล็ดหรือไม่ กรณีที่คุณต้องการเมล็ดไว้ปลูก ขอแนะนำให้เลือกต้นที่ติดดอกอย่างน้อย 2 ดอก เมื่อดอกบานเต็มที่ให้เอาเกสรตัวผู้จากดอกหนึ่งไปผสมกับเกสรตัวเมียของอีกดอกหนึ่ง  เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะติดเมล็ดแน่นอน จากนั้นรอประมาณ 8 สัปดาห์หรือจนมันแห้งสนิทเป็นสีดำจึงค่อยเก็บเมล็ดมาเพาะในเวลาไม่เกิน 2 เดือน ต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าต้นจะโต

           แต่ถ้าคุณไม่ต้องการเมล็ด  ขอแนะนำให้คุณปลิดตาดอกทิ้งไปเลยตั้งแต่ยังเล็ก อย่ารอให้โต เพราะการผลิดอกออกเมล็ดจะต้องใช้พลังงานมหาศาล  และพลังงานส่วนนี้ได้จากแป้งที่สะสมอยู่ในลำต้นคล้ายหัวในปีที่ผ่านมา ปกติกาบหอยแครงใช้เวลาพักตัว 4 เดือน  ถ้าการพักตัวไม่สมบูรณ์  มันอาจสะสมอาหารได้ไม่เพียงพอที่จะเริ่มชีวิตใหม่  เมื่อแทงดอก มันจะใช้อาหารที่สะสมไปจนเกือบหมด  หรือบางครั้งใช้พลังงานหมด จนกระทั่งตัวตายหลังผลิตเมล็ดเสร็จสิ้น ดังนั้นถ้าคุณเด็ดดอกทิ้งตั้งแต่แรกคุณก็จะได้กาบหอยแครงที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างยิ่ง

 

เคล็ดลับห้าประการในการปลูกกาบหอยแครง

        อันที่จริง การเลี้ยงกาบหอยแครงนั้น ไม่ยากซักเท่าไหร่ แพนด้าได้ฟังจากคนขายต้นกาบหอยแครงมาว่า จงเลี้ยงมันอย่างอดอยาก (จะบาปไหม? ทรมานต้นไม้)

        เพราะถ้ายิ่งอดอยาก กาบมันจะยิ่งแดงและยิ่งสวย เพราะสีแดงๆนี้แหละเป็นตัวล่อแมลงให้เข้ามา หุหุหุ

        แพนด้าเหมือนเคยได้ยินมาว่ามีคนกลัวต้นกาบหอยแครงเพราะกลัวโดนงับมือ ขอบอกเลยว่า ที่กลัวน่ะเป็นต้นกาบหอยมากกว่า เพราะถ้าคุณแหย่นิ้วเข้าไป และกาบมันหุบ มันจะตายทันทีไม่มีการอ้าออกมาอีกครั้งนะ เพราะน้ำย่อยที่ออกมาตอนกาบหุบ จะย่อยมันจนตาย สังเกตุได้จากกาบที่มันสีดำ ดังนั้นอย่าไปแหย่เด็ดขาด นะจ๊ะ

 

 

         1. อุณหภูมิและความชื้น ในธรรมชาติที่มันเกิดคือที่รัฐแคโรไลน่า อุณหภูมิในหน้าร้อนอยู่ระหว่าง 21 และไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส  ส่วนในหน้าหนาวอุณหภูมิใกล้ 0 กาบหอยแครงสามารถทนอุณหภูมิที่สูงกว่า 37 องศาเซลเซียสได้นานไม่เกิน 2 สัปดาห์  (ซึ่งบ้านเราอุณหภูมิอยู่ใกล้ 35 องศา จึงต้องระวังมากเรื่องความร้อน) และกาบหอยแครงที่ทนร้อนได้ขนาดนี้จะต้องมีระบบรากที่แข็งแรงมาก

     ความชื้น 45 % ก็พอ และไม่จำเป็นมากสำหรับการเจริญเติบโต มีความเชื่อผิดๆ ว่าหอยต้องการความชื้นสูง
 
             2. แสงแดด ในช่วงที่กาบหอยแครงกำลังเจริญเติบโตต้องให้กาบหอยแครงได้รับแสงแดดเต็มที่ทั้งวัน และเป็นแสงตรงไม่กรอง (ยกเว้นช่วงเที่ยงหน้าร้อนซึ่งแสงอาจแรงจนทำให้ร้อนจัด ดังข้อ1 อาจกรองแสงให้อ่อนลงบ้าง)  หรือขั้นต่ำต้องได้แสงตรงไม่กรอง 6 ชั่วโมง และเวลาที่เหลือก็ต้องได้รับแสงสว่างจ้าที่สุดตลอดวัน โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่เป็นสีแดงเช่น Red Dragon
          ข้อสังเกตุ - แสงตลอดวันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากประเทศไทยแสงแดดจ้าในหน้าร้อนอาจจะทำให้กาบหอยแครงทนความร้อนไม่ไหว คุณอาจจำเป็นจะต้องใช้ตาข่ายบางๆ ที่กรองแสงได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ช่วยกรองแสงเพื่อลดความร้อน
 
         3. น้ำ ควรให้น้ำด้วยระบบจานรอง  เครื่องปลูกจะต้องไม่แห้งโดยเด็ดขาดแต่อย่าให้แฉะ เพราะรากจะเน่าง่ายมาก วิธีการที่ขอแนะนำคือใช้จานรองแล้วใส่น้ำให้มีระดับสูงจากก้นกระถาง 1-1.5  นิ้ว ขึ้นกับความสูงของกระถาง (แต่อย่าให้สูงเกิน หนึ่งในสี่ของกระถาง) และปล่อยให้น้ำระเหยจนเกือบหมดจึงค่อยเติมน้ำใหม่
          สำหรับหอย 3 สายพันธุ์หลักที่กล่าว  ในเรื่องน้ำที่ใช้รด  จากการทดลองพบว่าพันธุ์แดงจะไม่ทนต่อน้ำกระด้าง ถ้าน้ำกระด้างเพียงเล็กน้อยกาบหอยแครงอย่างเช่น Red Dragon จะชะงักการเจริญเติบโตและจะฝ่อไปในเวลาไม่เกิน 6 เดือน ขณะที่พันธุ์ธรรมดาและDente สามารถใช้น้ำประปารดได้ แต่ทางที่ดีถ้าคุณสามารถใช้น้ำ RO เติมในถาดกาบหอยแครงทุกชนิดก็จะดีมาก
 
 

      4. เครื่องปลูก กาบหอยแครงต้องการเครื่องปลูกที่ไม่มีแร่ธาตุและระบบระบายน้ำต้องดีเป็นอย่างยิ่ง แนะนำให้ใช้ พีสมอส 1 ส่วน กับ เพอร์ไลท์ 2 ส่วน หรือใช้ทรายหยาบแทนเพอร์ไลท์ก็ได้แต่ต้องเป็นทรายแม่น้ำ 

        จากการทดลองเครื่องปลูกชนิดต่างๆ พบว่าการปลูกด้วยสแฟกนั่มมอสทำให้กาบหอยแครงตายได้มากที่สุด ถ้ากาบหอยแครงของคุณปลูกอยู่ในสแฟกนั่มมอสอยู่แนะนำให้เปลี่ยนทันที และไม่ควรใส่ดินเศษใบไม้ผุ เปลือกถั่ว  หรือปุ๋ยโดยเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้กาบหอยแครงอายุสั้น เพราะเมื่อผ่านไป มันจะทำให้การระบายน้ำอุดตัน  เน้น ห้ามใช้ปุ๋ยโดยเด็ดขาด แต่ถ้ากลัวโตช้า ป้อนชิ้นส่วนแมลงขนาดไม่เกิน ¾ ของกาบ  ใหญ่กว่านั้นกาบอาจปิดไม่ได้ และมีปัญหาติดเชื้อรา  ให้เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง

      อันที่จริง มีวิธีให้ปุ๋ยได้ แต่พึงระวัง ปุ๋ยเม็ด ห้ามเด็ดขาด  ห้ามใช้ปุ๋ยละลายรดเครื่องปลูก  ทางเดียวที่ให้ได้คือทางใบ  ใช้ปุ๋ยเพียง 1 ใน 4 ที่ฉลากกำหนด ฉีดบางๆ ที่ใบ  อย่าให้หยดลงเครื่องปลูก เพราะรากหอยเปราะบางมาก

      เพื่อให้กาบหอยแครงเจริญเติบโตได้ดีที่สุด  ควรใช้กระถางทรงสูงและขนาดใหญ่กว่าต้น ต้นที่สมบูรณ์หนึ่งต้นควรปลูกในกระถาง 5 นิ้วเป็นอย่างต่ำ และเนื่องจากกาบหอยแครงมีระบบรากแทงลึกลงไปมาก  การใช้กระถางทรงสูงจะทำให้มันเจริญเติบโต แตกกอรวดเร็ว 
       ยังมีเคล็ดลับเรื่องกระถางอีก แต่นีโอยังไม่ได้พิสูจน์ เช่น มีเคล็ดลับว่ากาบที่เลี้ยงในกระถางเล็กจะมีกาบขนาดใหญ่พิเศษแต่ไม่แตกกอ แต่ถ้าเลี้ยงในกระถางใหญ่จะแตกกอมากมายแต่กาบเล็ก
      ควรเปลี่ยนเครื่องปลูกหนึ่งถึงสองปีต่อครั้งหรือเมื่อมันระบายน้ำไม่ดีเท่านั้น  อย่าย้ายกระถางบ่อยเพราะมันไม่ชอบการเคลื่อนย้าย

 
    

       5. การพักตัว กล่าวกันว่ากาบหอยแครงที่ไม่ได้พักตัวมันจะโตเอาๆ แล้วก็ตาย การพักตัวเป็นธรรมชาติของกาบหอยแครงที่จำเป็นและต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 เดือน อากาศที่เย็นลงและปริมาณแสงที่ลดลงจะกระตุ้นให้เกิดการพักตัว ถ้าคุณเห็นกาบหอยแครงที่เลี้ยงไว้ในช่วงสมบูรณ์เต็มที่เกิดอาการกาบไม่ทำงาน กลายเป็นสีดำพร้อมๆ กัน นั่นอาจจะหมายถึงว่ามันกำลังจะพักตัว คุณควรย้ายมันเข้าไปไว้ในที่ๆ เย็นความชื้นต่ำ  ลดน้ำในถาดลง  แต่ต้องคงให้มีน้ำเสมอ  ห้ามไม่ให้เครื่องปลูกแห้งเด็ดขาด  เก็บมันไว้อย่างนั้น สัก 4 เดือน จึงค่อยๆ นำออกสู่แสงแดดอีกครั้งหนึ่ง

 

สาเหตุที่กาบตาย

 

     1.ได้แสงไม่เพียงพอ กาบหอยแครงต้องการแสงทั้งวัน แต่คนส่วนใหญ่มักจะเลี้ยงในที่ค่อนข้างร่ม หรือได้แสงเพียง 4-5 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้มันหยุดเจริญเติบโตและก็ตายช้าๆ

 

     2. ความชื้นสูงเกินไป  มีความเชื่อผิดๆ ว่ากาบหอยแครงชอบความชื้นสูง  อันที่จริงขณะปลูกกาบหอยแครงลงในเครื่องปลูกใหม่ควรให้อยู่ในที่ชื้นเพื่อป้องกันระบบรากช็อค แต่หลังจากที่มันตั้งตัวได้ควรเอาออกมาปลูกในที่ๆ มีลมพัดผ่านและความชื้นเพียง 30-60 เปอร์เซ็นต์ก็พอ ถ้าความชื้นสูงกาบหอยแครงจะติดเชื้อราและรักษาได้ยากมากส่วนใหญ่หัวจะเน่าตาย  จำไว้เสมอว่ากาบหอยแครงส่วนใหญ่ตายเพราะความชื้นสูง แต่ไม่ตายเพราะความชื้นต่ำ


      3. ไม่ได้พักตัวหรือเนื่องจากอุณหภูมิในฤดูหนาวไม่หนาวพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการพักตัว บางคนแก้ด้วยการนำไปเข้าตู้เย็น แต่ผลสำเร็จไม่น่าพอใจ

credit : http://www.neofarmthailand.com

-----------------------------

หมดแล้วจ้า!!! ความรู้คราวๆ (รึเปล่า?)

ถ้าใครสนใจและอ่านจนจบมันถึงตรงนี้ล่ะก็ แพนด้าขอขอบคุณมากๆเลยค่า  

เพราะขนาดคนอัพยังเหนื่อเลย เฮ้อ!!  /ปาดเหงื่อ

ไม่เคยอัพเอนทรี่ไหนยาวขนาดนี้เลย

เอาเป็นว่า สั้นๆก่อนจบเอนทรี่แสนเยอะ

เรามาเลี้ยงต้นกาบหอยแครงกันเต๊อะค่า!!!~

edit @ 28 Jan 2010 17:39:40 by Pandahahai

อาการลงแดง+OP6+ED11 Reborn

posted on 18 Apr 2009 18:06 by pandahahai

ลงแดงๆ อยากอัพบล็อคๆ อยากอ๊าพพพพพพพพพพพพพพพพพ!!~

อยากอัพบล็อคใจจะขาด แยกแต่งฟิคต่อใจจะขาด แต่ช่วงนี้มันเป็นช่วง Final Project TT^TT

แพนด้าไม่ได้ดองฟิคนะ แต่ไม่มีเวลาจริงๆ เปิดคอมมาก็ได้แต่นั่งหน้ามึนอยู่หน้าคอม กินโปรแกรมMAYA กับ Photoshop เป็นอาหารหลัก

จะสำลักออกมาเป็นโพลิกอนแล้วค่ะเนี่ย!!!!~ เทอมนี้โดน Final Project เข้าไปเต็มๆ7ตัว แต่เสร็จไปแล้ว1 (แค่1)

อาทิตย์หน้าก็ต้องส่งอีก 3 ตัว อ๊าก!! อยากจะกรี๊ดให้คอหอยแตก จะเข้าExteen ก็ทำได้แค่มองแล้วก็ต้องปิด

เพราะไม่งั้นมันจะอยู่ต่ออีกยาว งานการจะไม่ได้ทำ เดี๋ยวพี่ "F" จะถามหา

สงกรานต์กลางวันก็ไปบ้าบอปล่อยผี(ออกจากตัว) กลางคืนก็สิงสถิตเป็นวิญญาณที่หน้าคอม เหอะๆๆๆ ใจจะขาด

ชีวิตเด็กนักศึกษานี่ช่างงงงงงงงง....เหนื่อยจริงๆ เข้าใจแล้วที่ใครๆก็ว่างช่วงมัธยมนี่แหละดีที่สุด แพนด้ารู้ซึ้งแล้วค่ะ

นี่ก็อู้มาอัพเพราะเกินอาการลงแดงทนไม่ไหว ถ้าไม่ได้จิ้มมีหวังชักเช้าโรงพยาบาลแน่

งั้นเลยขออู้ มาอัพๆ ให้หายอยาก

++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อตอนเช้าของวันนี้แพนด้า เพิ่งรู้ว่ามี OPกับED ตัวใหม่ของReborn เลยรีบเข้าไปหาดูในYoutube ทันที

หาไม่ยากนะ แต่มีน้อยมาก ปกติ OPกับED Reborn นี่เห็นเกลื่อนYoutubeมากเลย

สงสัยคงเพิ่งมาใหม่จริงๆ เลยมาแปะ ให้ชื่นใจตัวเอง

พูดง่ายๆคือหาเรื่องอัพบล็อคน่ะแหละค่ะ >0</

เอ้าๆ เบิ่งแหน่ๆ

OP 6 [ EASY GO ]

 

 

สึนะเท่มากๆละลายๆ แถมมีเซอร์วิสโชว์ก้นงามๆของฮิเบิร์ดด้วย อิอิ

 

ED 11 「Smile for...」

 

อันนี้ก็น่ารัก!! แรมโบ้น่าฟัด ฮ่าๆๆๆๆ

มาอัพแค่นี้แหละค่ะ สบายใจแล้ว โห๊ะๆๆๆๆๆๆ

อัพขั้นกลางพักสายตาจากฟิคเล็กน้อย  ความจริงคือ "อู้"ค่ะ"อู้"

วิชา Editing หรือที่ปกติจะเรียกกันก็คือ " วิชาตัดต่อ "

เทอมที่แล้วที่แพนด้าเรียนวิชานี้ตัวแรก มันช่างเป็นวิชาที่ชิลๆมาก มาฟังอาจารย์บรรยาย แล้วก็นั่งชิลๆรอส่งงาน

แต่เทอมนี้มันไม่ใช่เลย มีโปรเจ็ค 2 ตัว ให้ทำ คือโปรเจ็คตัวนี้ กับโปรเจ็คปลายเทอม งานก็เยอะ วุ่นวายๆ

โชคดีที่เป็นงานกลุ่ม ถ้าเป็นงานเดี่ยวได้มีไปดร็อปแน่ ฮ่าๆๆ

แต่มันก็ทำให้ได้รู้ว่า Trailer หนังเพียงแค่ไม่กี่นาที ทำเอาคนในกลุ่มแทบตายคาคอม ทุ่มชีวิตทำกันแทบหายใจเป็นเลือด (เว่อร์เข้าไว้)

.

.

.

โดยที่อาจารย์ให้โจทย์มาว่า "ให้ทำTrailer หนัง โดยการเอาหนังที่มีอยู่แล้วมาสร้างแนวคิด และมุมมองใหม่ "

โจทย์อาจจะฟังดูงงๆ เพราะตอนแรกกลุ่มแพนด้าก็อึนมาก แบบว่ายังไงนะ? ต้องเปลี่ยนตรงไหนบ้างหว่า?

ยกตัวอย่างเอาแบบเข้าใจง่าย โดยเอางานของกลุ่มอื่นมาเป็นหลัก - - -> หนังเรื่อง "James Bond 007 Casino Royal "

เพื่อนแพนด้าเอามาทำเป็นเรื่อง เจมส์ บวม ส่วน Casino ก็เอาเป็นการพนัน น้ำเต้า ปู ปลา ( น่าจะรู้จักกัน ) ในตลาดสด

 จากเจมส์ บอร์น สุดหรู เป็น ไอ้บ้าการพนัน สวมบ็อกเซอร์วิ่งไล่กันในตลาดสด ประมาณนั้นไป

.

.

.

กลุ่มแพนด้าเลยทำเรื่อง " Van Helsing "  

เปลี่ยนมุมมองมันโดยการ ทำให้มันเป็น Animation ที่ เด็กๆก็ดูได้ น่ารัก แต่ระทึก เลือดสาดนิดๆ

ความจริงจะทำแบบ น่ารัก แต่เลือดท่วม แบบ Happy tree friends  แต่ทำไปทำมามันไม่ใช่เลยต้องเปลี่ยน concept ใหม่เลย ฮ่าๆ

.

.

.

Trailer มันไม่ง่ายอย่างที่คิดจริงๆ ใช่ว่าเราจะจับเอา Scene ของหนังมายัดๆใส่แล้วจะดี มันมีหลายอย่างที่ต้องคำนึง

- เนื้อเรื่องต้องเคลียร์ดูแล้วเข้าใจว่าเป็นหนังอะไร

- การจัดองค์กระกอบของแต่ละScene  ต้องสวยงาม

- Art ต้องสวยน่าสนใจ

- ฯลฯ

ความจริงมีเยอะมาก แต่มันจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ยกตัวอย่างมาแค่3อันพอ

แต่แค่3อันก็เลือดตาแถบกระเด็น โดยเฉพาะการจัดองค์ประกอบ กลุ่มแพนด้าใช้ prop. เยอะมากกกกกกก

เยอะจนเอาไปจัดไม่ถูก เอาไปวางๆ แล้วก็มนั่งคิดว่ามันรกไปไหม?? น่าจะมีตรงนี้อีกนิด ตรงนั้นอีกหน่อย

แต่สุดท้ายก็ใช้ไม่ครบทุกอัน ฮ่าๆ บ้าพลังกันมากตอนทำ prop.

.

.

. 

งานโปรเจ็คนี้ แพนด้ารู้สึกผิดอย่างแรงมากๆ เพราะได้รับหน้าที่ให้มารับผิดชอบเรื่อง Sound แต่สุดท้ายแล้วแพนด้าก็ไม่ได้เป็นคนทำ

เพราะวันที่ต้องส่งงาน มันมีการพรีเซนต์โปรแกรมวิธีทำEffect ต่างๆ ซึ่งแพนด้าก็ได้รับหน้าที่ผิดชอบงานนี้ด้วย

เพราะมั่วแต่นั่งมึนกับโปรแกรมที่ต้องพรีเซนต์เลยทำให้ไปไม่ได้ทำ Sound รู้สึกผิดมากมาย ขอโทษ100ครั้งก็ไม่หายรู้สึกผิด

ถึงเพื่อนๆแพนด้าจะบอกไม่เป็นไรก็เถอะ ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ TT^TT

.

.

.

สุดท้ายงานก็เสร็จออกมาต้องตี5 ของวันที่ต้องส่ง ฮ่าๆ ไฟลนก้นกันแบบสุดๆ วันนั้นนอนค้างที่มหาลัยกันเลย

จะบอกว่านอนค้างก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะไม่มีใครได้นอนเลย

แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะ ตอนที่ Render งานออกมา ดันลืมเอา Scene ที่ควรจะมีบาง Scene มาใส่

มารู้สึกตัวก็ตอนส่งเปิดให้อาจารย์ดู ว่ารู้สึกเหมือนฉากหายไป

เลยกลายเป็นว่าหนัง Van ของกลุ่มแพนด้าไม่ขายตัวพี่ Van ซะงั้น เพราะมีพี่Van น้อยมาก

อาจารย์เลยคอมเม้นต์ว่ามันเป็นหนังรวมสัตว์ประหลาดไป ฮ่าๆๆ

เหตุเกิดจากความชิลเกิดนเหตุ แถวบ้านเรียก "สับเพร่า"

แต่เวอร์ชั่นที่เอามาให้ดูนี้เป็นเวอร์ชั่นที่เพื่อนแพนด้า แก้ไขมาบ้างแล้ว

ก่อนดูของจิ้มเครดิตให้พวกเพื่อนๆละกัน

Present By : อุ๊บอิ๊บ ดาว ฝน นิก กล้วย แพร์

Upload  By : อุ๊บอิ๊บ

( ที่ลงเครดิตให้นี่พิมพ์ถูกไหมหนอ ชักมึนๆ )   

 

edit @ 13 Mar 2009 22:04:50 by Pandahahai